บทความ

อาหารไทย ทำไมต่างชาติถึงชอบ

รูปภาพ
  อาหารไทย ทำไมต่างชาติถึงชอบ    อาหารไทย หลากหลายเมนูที่อร่อย ดัง และเป็นที่นิยมระดับโลก ซึ่งเราน่าจะเคยได้ยินว่าเวลาต่างชาติพูดถึงอาหารไทย ต้องได้ยินชื่อ ผัดไท ต้มยำกุ้ง กรีนเคอรี่ หรือแกงเขียวหวาน หรือมัสมั่น อาหารที่เคยขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลก ทำไมต่างชาติทั้งฝั่งยุโรป หรือเอเชียด้วยกันต่างพากันพูดถึงกันว่าอร่อยนักหนา ทั้ง ๆ ที่สำหรับคนไทยเราที่กินอยู่กันเป็นประจำอาจรู้สึกว่า เมนูอื่นอร่อย ๆ ก็มีตั้งเยอะแยะ อะไรที่อร่อยกว่าผัดไทก็มีเยอะแยะ เคยกินส้มตำหรือยังอร่อยนะ หรือไม่ก็อย่างอื่นที่เป็นเมนูบ้าน ๆ ก็ถูกปากเหมือนกัน วันนี้เราจะมาชวนคุยกันว่าทำไมต่างชาติถึงชื่นชอบ อาหารไทย กันขนาดนี้ อาหารไทยกับอาหารต่างชาติต่างกันอย่างไร   นอกจาก อาหารไทย เคยลองทานอาหารสัญชาติอื่นกันหรือไม่ ถ้าคุณได้ลองทานอาหารสัญชาติอิตาลี่อย่างสปาเก็ตตี้ มักกะโรนีอบชีส หรือพิซซ่า คุณจะสัมผัสได้ว่า รสชาติของอาหารบ้านเขาที่เป็นฝั่งยุโรป จะออกไปทางเลี่ยน ๆ มัน ๆ ด้วยชีส ชีสเยอะ ๆ คือดีงาม อาหารต้องมันต้องครีมเยอะ ๆ ถึงอร่อย หรือจะลองอาหารญี่ปุ่นสุดเฉพาะตัว ซูชิ ราเมง แกงกะหรี่ หรือเมนูอื่น...

คริปโตเคอเรนซี่ในอนาคตจะมีบทบาทอย่างไร

รูปภาพ
  คริปโตเคอเรนซี่ ในอนาคตจะมีบทบาทอย่างไร   คริปโตเคอเรนซี่ หรือสกุลเงินดิจิทัล สกุลเงินที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ คริปโตเคอเรนซี่คือเงินที่อยู่ในรูปแบบของเลขรหัสในคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อกลางแลกปลี่ยนสิ่งของหรือบริการได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ เงิน นี่แหละ แต่เป็นในรูปแบบที่ไม่มีแบงค์ ไม่มีเหรียญ เป็นจำนวนตัวเลขในระบบอินเทอร์เน็ต คำถามคือ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเงินมันมีตัวตนจริง ๆ ทำไมคนถึงเชื่อว่าเงินนี้มันมีจริง แล้วทำไมใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของได้    คริปโตเคอเรนซี่ เกิดจากการที่มีคน ๆ หนึ่งต้องการจะผลิตสกุลเงินสกุลหนึ่งขึ้นมาเพื่อไม่ให้มีใครเป็นตัวกลาง และไม่ให้มีใครเข้ามาแทรกแทรงได้ เพราะเงินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นเงินที่อาศัยตัวกลางอย่างธนาคารเป็นคนตรวจสอบ คน ๆ นั้นจึงได้คิดระบบ ๆ หนึ่งที่เรียกว่า Blockchain ขึ้นมา ซึ่งมันคือระบบการตรวจสอบความถูกต้องประเภทหนึ่งที่มีหลักการ ๆ ตรวจสอบความถูกผิดของข้อมูลที่ดี ซึ่งมันดีพอที่จะทำการแฮคได้ยาก และยังตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส ซึ่งเราแนะนำว่าให้ไปลองหาบทความเกี่ยวกับ Blockchain ดูมันจะเข้าใจได้ดีก...

ประวัติของ ซากุระโมจิ ขนมแห่งวันชมดอกไม้

รูปภาพ
  ซากุระโมจิ (Sakuramochi) กับ วันชมดอกไม้  ก่อนที่เราจะมาพูดถึง ซากุระโมจิ เราก็อยากจะพูดถึงเทศกาล ชมดอกไม้ ของญี่ปุ่นสักเล็กน้อย เพราะถือว่าหนึ่งในเทศกาลที่มีทั้งนอกท่องเที่ยวและคนในประเทศญี่ปุ่นเอง ก็ให้ความนิยมชมชอบและถือเป็นวันหยุดของบริษัทต่าง ๆ มีงานกินเลี้ยงชมดอกไม้สวย ๆ เป็นวันสบาย ๆ วันหนึ่งก็คู่ควรกับขนมสักชิ้นที่จะเข้ากับบรรยากาศสักนิดจึงกำเนิด ซากุระโมจิ (Sakuramochi) ขึ้นมานอกจากจะทานง่ายแล้วยังมีสีชมพูอ่อนสวยงามเข้ากับการชมซากุระสุด ๆ  ขนม ซากุระโมจิ (Sakuramochi) นั้นเป็นขนมที่เหมือนกับเป็นตัวแทนของการมาถึงฤดูใบไม้ผลิ ก็ไม่ได้เกินเลย ซากุระโมจินั้นมีทั้งแบบต้นตำรับของคันโตและต้นตำรับคันไซ แม้จะเป็นชนิดเดียวกันแต่ก็มีการทำที่แตกต่างกัน  ซากุระโมจิ (Sakuramochi) นั้นเป็นขนมนุ่มเหนียวเคี้ยวหนึบ ๆ ทำจากถั่วแดงกวน แล้วห่อด้วยแป้งโมจิสีซากุระ หรือสีชมพูอ่อน ๆ และมีการห่อด้วยใบซากุระที่นำไปทอดหรือนำไปคลุกกับเกลือ ทำให้รสชาติหวาน ๆ ของโมจิกับความเค็มของใบซากุระนั้นตัดกัน และมีความเข้ากันเป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเคลิ้มไปกับบรรยากาศการชมดอกซากุระ พ...

คัสเทลล่า Castella เค้กเนื้อนุ่มฟูจากแดนญี่ปุ่น

รูปภาพ
  คัสเทลล่า Castella เค้กเนื้อนุ่มฟูจากแดนญี่ปุ่น ในยุคสมัยนี้ต่างมีของหวาน และขนมเป็นตัวเลือกมากมาย คัสเทลล่า Castella เองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยความที่เป็นของหวานที่มีรสชาติอร่อย และนุ่มละมุนลิ้น เป็นที่ถูกใจของใครหลาย ๆ คนเป็นแน่ โดยที่ขึ้นชื่อของขนม คัสเทลล่า Castella นั้นก็ตั้งอยู่ที่แดนปลาดิบ หรือ ประเทศ ญี่ปุ่น นั่นเอง ใครที่หมายปองอยากจะลองกัดของแท้กันสักคำ หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวแล้วล่ะก็ อย่าลืมลองมาหารับประทานกันนะครับ เดี๋ยวเรามาเตรียมเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า Let’s go มารู้จักกับ คัสเทลล่า Castell a ในแดนญี่ปุ่นกัน เมนู คัสเทลล่า (Castella) นี้เป็นขนมหวานที่มีความใกล้เคียงกับ เค้ก แต่ว่าจะมีลักษณะเฉพาะตัวอยู่ นั่นก็คือตัวของเนื้อเค้กนั้นมีลักษณะ ใกล้เคียงกับฟองน้ำ นั่นเองครับ และเป็นของหวานที่เป็นที่นิยมมากใน ญี่ปุ่น เพราะจะเน้นขายกันแบบหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แบบพอดีคำ แล้วนำมารับประทานแบบเดินไปกินไปได้ ถ้าเราจะพูดถึงขนม คัสเทลล่า แล้วล่ะก็ขอย้อนกลับไปในยุคของเอโดะ ประมาณ ค.ศ.1603 - 1868 โดยในสมัยนั้นญี่ปุ่นตกอยู่ภายใต้การปกครองของ โชกุน อยู่มากโข ทำ...

โคนไอศกรีม เกิดขึ้นเพราะแบบนี้ งั้นหรือ?

รูปภาพ
โคนไอศกรีม เกิดขึ้นเพราะแบบนี้ งั้นหรือ?   รู้กันหรือเปล่าครับว่า โคนไอศกรีม ที่เรานั่งกัดกันนี่เกิดขึ้นมาเพราะความบังเอิญ เพราะเป็นวันที่ไอศกรีมนั้นขายดีเกินไป เอ๊ะ ? ทำไมมันเป็นอย่างงั้นไปได้ล่ะนี่ เดี๋ยววันนี้เราจะมาเล่าเรื่องโคน ของ ไอศกรีมให้เพื่อน ๆ ทุกคนฟังกันนะครับ ก่อนหน้านี้เราก็เคยให้ประวัติของไอศกรีม กันไปแล้วใครที่ยังไม่ได้อ่านให้ลองย้อนไปอ่านก่อนได้นะครับมีเรื่องที่น่าสนใจอยู่พอสมควรเชียว  ที่มาของ โคนไอศกรีม ‘เร่เข้ามาครับ ไอศกรีม อร่อย ๆ วันนี้ เร่เข้ามาเชิญเลยครับคุณผู้หญิง’ ณ ย่านการค้าวอลล์สตรีท ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 1896 เป็นวันดีของนาย อิตาโล มาร์คิโอนี่ ( Italo Marohiony ) ชายหนุ่มชาวอิตาเลี่ยนที่อพยพมาใช้ชีวิตใหม่ที่เมืองโฮโนเกน รัฐนิวเจอร์ซีย์ เขาได้ประกอบอาชีพเข็นรถขายไอกรีม เดินเร่ขายอยู่ในงานนั่นเอง เขาได้ทำการขายไอติม จิลาโต้โฮมเมด Gelato Homemade รสมะนาว ( Lime ) อย่างสนุกสนานไปกับธรรมดาของเขา  เขาก็มีความคิดเล็ก ๆ ในหัวของเขาเองว่า ‘ร้านไอศกรีม ของเราเองก็ถือว่าขายดีอยู่พอประมาณเชียวนะ แต่ว่าการที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยไปกับค่าถ้วย...

ขนมโยคัง (Yokan) วุ้นหวาน ของญี่ปุ่น

รูปภาพ
  บ่ายนี้เริ่มหิวแล้วสิ อยากหาของว่างสักชิ้นมาทานจังเลยนะ เอาเป็น ขนมโยคัง เป็นยังไง สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาเจอกันอีกแล้ว กับเรื่องแนวญี่ปุ่น วันนี้เรามาพบกับขนมที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักกันนั่นก็คือ โยคัง ไม่ใช่ โยกัง ที่เป็นเกมออนไลน์นะ ! แต่เป็นชื่อของขนมของญี่ปุ่นต่างหากเล่า หากใครพร้อมที่จะหิวชนิดแล้วล่ะมารับชมประวัติและที่มาของโยคังกันเลย ครับ  ประวัติและที่มาของ ขนมโยคัง (Yokan)  ของญี่ปุ่น เริ่มจากชื่อกันเลยครับโดย ขนมโยคัง (ようかん)หรืออีกชื่อที่เรียกว่า มิซึโยคัง (水ようかん) โดยแต่เดิมทีแล้วขนมชนิดนี้เดินทางมาจากประเทศจีนครับ เป็นขนมที่มีความเป็นวุ้น ด้วยเจลลาตินจากเนื้อแกะ โดยในยุคของคามารุระได้มีนักบวชจากศาสนาพุทธนิกายเซน ได้นำ ขนมโยคัง เข้ามาเผยแพร่แก่ชาวเมืองในญี่ปุ่นครับ แต่เนื่องจากในศาสนาพุทธนั้นห้ามการฆ่าสัตว์ (อย่าลืมว่าเจลลาติดทำมาจาก แกะครับ) เลยเปลี่ยนจากเจลาตินจากสัตว์ให้เป็นแป้ง ถั่วแดง และวุ้น มาเป็นส่วนผสมในการทำแทน จนกลายมาเป็นโยคัง ในปัจจุบันนั่นเองครับ โดย ขนมโยคัง นั้นจะมีส่วนผสมหลักมาจากวุ้นที่ทำจาก สาหร่าย ที่มีชื่อเรียกว่า คันเตน (Kanten...

เซมเบ้ เปิด ประวัติที่มา ขนมรับแขกของญี่ปุ่น

รูปภาพ
  ขนมสีน้ำตาล กรุบกรอบ นั้นมีชื่อว่า เซมเบ้ เ ป็นหนึ่งในขนมที่อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมาอย่างแสนนาน คาดว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นขนมชนิดนี้จากในอนิเมะ มากันบ้าง ทั้งฉากที่ต้อนรับแขกเวลามาบ้านจะทำการเสิร์ฟชา และ ขนมไว้ทานคู่กันก็มักจะเจอขนมแผ่นสีน้ำตาลมีสาหร่ายแผ่นแปะอยู่เสมอ นั่นก็คือ เซมเบ้ นั่นเอง เราจะมาช่วยคลายข้อสงสัยและให้ทุกคนได้รู้จัก ประวัติที่มาของขนมชนิดนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยนะครับ โอ้สสึ เซมเบ้ มันคือขนมอะไรกัน ขนม เซมเบ้ มีความหมายในตัวเองว่า ขนมที่ทำโดยการนำข้าวไปตำให้ละเอียดแล้วบดจนเป็นแผ่นแป้ง แล้วทำไปย่างไฟจนกรุบกรอบ เอ๋พูดแบบนี้แล้วเราต้องนึกถึงอะไรในไทยดีนะ ใช่แล้วครับมันก็จะคล้าย ๆ ข้าวเกรียบ ของบ้านเรานั่นเอง โดยจุดเด่นของ เซมเบ้ ก็คือรสสัมผัสที่กรุบกรอบและกลิ่นที่ยั่วยวลชวนให้รับประทาน โดยมีการเรียกชื่อของขนมชนิดนี้ได้อีกแบบว่า เบกะเซมเบ้ หรือ ขนมข้าวเซมเบ้ นั่นเอง ในแต่ละท้องถิ่นอาจจะไม่ได้ใช้ข้าวในการทำ แต่ใช้วัตถุดิบหลักในการทำเป็นแป้งสาลี แทน อย่างเช่น นัมบุเซมเบ้ ในจังหวัด อาโอโมริ ครับ ความเป็นมาของขนม เซมเบ้  ประวัติของขนมชนิดนี้อย่าง เซมเบ้ นั่นเกิดขึ้นครั้...